December 13, 2018

กรมศุลกากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ตรวจยึดเกล็ดลิ่นลักลอบผ่านแดนจากทวีปแอฟริกา จำนวน 2.9 ตัน มูลค่า 29,000,000 บาท

 

วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2560 เวลา 10.00 น. นายกุลิศ สมบัติศิริ พล.ต.อ. เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.ต.วรพงษ์ ทองไพบูลย์ ผู้บังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม นายธัญญา เนติธรรมกุล อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ได้แถลงข่าวการตรวจยึดเกล็ดลิ่นลักลอบผ่านแดนจากทวีปแอฟริกา จำนวน 2.9 ตัน มูลค่าประมาณ 29 ล้านบาท ณ กรมศุลกากร คลองเตย

 

สถานการณ์การลักลอบค้าลิ่นและเกล็ดลิ่นในปัจจุบันมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ลิ่นเสี่ยงต่อการสูญพันธุ์ ในการประชุมภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดของสัตว์ป่าและพืชป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ (CITES) ครั้งที่ 17 ซึ่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 5 ตุลาคม 2559 ณ นครโจฮันเนสเบิร์ก สาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ที่ประชุมจึงมีมติให้ปรับระดับ “ลิ่น” ขึ้นเป็นสัตว์ในบัญชี 1 ของอนุสัญญา CITES ซึ่งห้ามนำเข้า ส่งออก และนำผ่านอย่างเด็ดขาด เช่นเดียวกับ งาช้าง นอแรด เสือ โดยให้มีผลบังคับเมื่อวันที่ 4 มกราคม 2560 และได้มีข้อตัดสินใจที่กำหนดให้มีการบังคับใช้กฎหมายในการจัดการการค้าลิ่นผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด และเสริมสร้างความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภายในและระหว่างประเทศ เพื่อร่วมมือในการดำเนินการและแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านเส้นทางการค้า รูปแบบ  และการบังคับใช้กฎหมายเพื่อต่อสู้กับการค้าลิ่นผิดกฎหมาย

 

ด้วยเหตุนี้ นายกุลิศ สมบัติศิริ อธิบดีกรมศุลกากรจึงได้มีนโยบายให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามการลักลอบค้าสัตว์ป่าอย่างเข้มงวด เพื่อปกป้องสัตว์ป่าที่ใกล้สูญพันธุ์ของประเทศไทยและโลก ด้วยการดำเนินการตามมติที่ประชุมของภาคีอนุสัญญา CITES โดยให้กรมศุลกากรบูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช พร้อมทั้งได้สั่งการมอบหมายให้นายไพศาล ชื่นจิตร ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบควบคุมทางศุลกากร นายวรวุฒิ วิบูลย์ศิริชัย ผู้อำนวยการสำนักสืบสวนและปราบปราม นายสรศักดิ์ มีนะโตรี ผู้อำนวยการสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ นายเดชา วิชัยดิษฐ์ รักษาราชการแทนผู้อำนวยการส่วนสืบสวนและปราบปราม 3 สำนักสืบสวนและปราบปราม และนายเชาว์ ตะกรุดเงิน หัวหน้าฝ่ายสืบสวนและปราบปรามที่ 2 ส่วนสืบสวนและปราบปราม 3 ร่วมกันวางแผนสกัดกั้นขบวนการลักลอบค้าลิ่นและเกล็ดลิ่นผิดกฎหมาย

 

จากการประสานความร่วมมือของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย ได้มีการบูรณาการการข่าวและการสืบสวนติดตามขบวนการลักลอบค้าเกล็ดลิ่นข้ามชาติในเส้นทางเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง และทราบว่าจะมีการลักลอบนำเกล็ดลิ่นจากประเทศคองโกผ่านประเทศไทย อ้างว่าเป็นสินค้าผ่านแดนไป สปป.ลาว ข้อเท็จจริงปรากฏดังนี้

 

  1. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 เที่ยวบินที่ TK064  เจ้าหน้าที่ได้อายัดสินค้าสำแดงเป็น SCALES (เกล็ด) จำนวน 24 หีบห่อ น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม ขนส่งจากเมืองคินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ผ่านประเทศตุรกีและประเทศไทย ปลายทางเวียงจันทร์ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบสินค้าต้องสงสัยด้วยการเอกซเรย์ ผลปรากฏพบ เกล็ดลิ่น น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม
  2. เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม 2559 เที่ยวบินที่ TK064  เจ้าหน้าที่ได้อายัดสินค้าสำแดงเป็น SCALES (เกล็ด) จำนวน 10 หีบห่อ น้ำหนัก 500 กิโลกรัม ขนส่งจากเมืองคินชาซา สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ผ่านประเทศตุรกีและประเทศไทย ปลายทางเวียงจันทร์ สปป.ลาว เจ้าหน้าที่จึงได้ขอตรวจสอบสินค้าต้องสงสัยด้วยการเอกซเรย์ ผลปรากฏพบ เกล็ดลิ่น น้ำหนัก 500 กิโลกรัม
  3. เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2559 เที่ยวบินที่ TK064  เจ้าหน้าที่ได้อายัดสินค้าต้องสงสัยอีก 1 รายการ สำแดงเป็น SCALES (เกล็ด) จำนวน 24 หีบห่อ น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม โดยใช้เส้นทางเดียวกับคดีข้างต้น และทำการตรวจสอบสินค้าต้องสงสัยด้วยการเอกซเรย์ ผลปรากฏพบ เกล็ดลิ่น น้ำหนัก 1,200 กิโลกรัม

 

หลักการของอนุสัญญา CITES การส่งออกสัตว์ตามบัญชี 2 จะต้องได้รับใบอนุญาต CITES จากประเทศผู้ส่งออกและรับรองว่าไม่กระทบกระเทือนต่อการดำรงอยู่ในธรรมชาติ หากไม่มีใบอนุญาตในการส่งออกจะไม่สามารถส่งออกสินค้าไปยังประเทศปลายทางได้ ซึ่งทั้ง 3 กรณีข้างต้น ตัวแทนออกของไม่สามารถนำใบอนุญาต CITES ตัวจริงมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ได้ ประกอบกับต้นทางของสินค้าเป็นประเทศเสี่ยงในการลักลอบค้าเกล็ดลิ่น เจ้าหน้าที่จึงได้อายัดสินค้าทั้งหมดเพื่อนำไปตรวจสอบโดยละเอียด โดยกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และกรมอุทยานแห่งชาติฯ ได้ประสานความร่วมมือไปยัง สปป.ลาว เพื่อตรวจสอบใบอนุญาตนำเข้า ซึ่งต่อมาได้รับการยืนยันว่าไม่มีการออกใบอนุญาตนำเข้าเกล็ดลิ่นแต่อย่างใด และสำนักงานเลขาธิการ CITES ได้ประสานงานสาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโกตรวจสอบข้อมูลใบอนุญาตส่งออก ผลการตรวจสอบพบว่าสำเนาใบอนุญาตส่งออกนั้นไม่ถูกต้อง พร้อมให้สืบสวนข้อเท็จจริงในการออกใบอนุญาตส่งออกดังกล่าว

 

กรณีดังกล่าวเป็นความผิดฐานนำของต้องห้ามต้องกำกัดเข้ามาในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 27 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร พระพุทธศักราช 2469 ประกอบกับมาตรา 16 และมาตรา 17 แห่ง พ.ร.บ. ศุลกากร (ฉบับที่ 9) พ.ศ. 2482 นำผ่านสัตว์ป่า ซากของสัตว์ป่าหรือผลิตภัณฑ์ที่ทำจากซากของสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต อันเป็นความผิดตามมาตรา 23 และมาตรา 24 แห่ง พ.ร.บ. สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ. 2535 เจ้าหน้าที่ได้ตรววยยึดเกล็ดลิ่นทั้งหมดไว้เป็นของกลาง สำนวนคดีส่งพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายและเอาผิดกับผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน กรมศุลกากรได้ตรวจยึดเกล็ดลิ่นจากทวีปแอฟริกามาแล้ว จำนวน 9 คดี น้ำหนักของกลางรวม 3.4 ตัน มูลค่ากว่า 35 ล้านบาท คดีส่วนใหญ่มีต้นทางจากประเทศไนจีเรีย ผ่านประเทศตุรกี ประเทศไทย เพื่อไปยังปลายทาง สปป.ลาว

 

ภาพและข่าวโดย : ฝ่ายประชาสัมพันธ์ กรมศุลกากร

 

 

No Comments

Leave a Comment

Protected by WP Anti Spam